News

Use this section to provide a description of your blog.

เปรียบเทียบระหว่าง Apple TV+ กับ Netflix



หลังจากที่ Apple TV+ เพิ่งเปิดตัวไปและได้ให้สิทธิ์คนที่ซื้ออุปกรณ์ใหม่ดูฟรีได้ 1 ปี ทำให้รู้สึกอยากรู้ว่า content ของ Apple จะสู้กับ Netflix ได้ไหมนะ?

*สำหรับคนที่เพิ่งซื้อ iPhone รุ่นใหม่ สามารถเลือกดูฟรี 1 ปีได้จาก Apple TV app ได้เลยค่ะ 

พอเข้าไปในแอพฯ ดูโล่ง ๆ ยังไม่มีหนังหรือซีรี่ย์อะไรมากนักค่ะ จะมีราว ๆ 6 เรื่อง (จากที่นับคร่าว ๆ แต่คิดว่าคงมีเพิ่มอีกแน่นอน) แต่ละเรื่องใช้ดาราดังมาเล่น คาดว่าน่าจะเป็นการดึงดูดให้คนมาใช้บริการกันเยอะ ๆ จุดนี้อาจจะยังสู้ Netflix ไม่ได้ เพราะ Apple เป็นน้องใหม่ในวงการ ต้องให้โอกาสเรื่องสร้าง content กันอีกยาว ๆ


หลังจากที่ไล่ ๆ ดูว่ามีอะไรน่าสนใจ จนมาลงเอยที่เรื่อง The Morning Show ที่เลือกเรื่องนี้เพราะชอบ Jennifer Aniston อยู่แล้ว และดูจาก trailers ก็น่าจะสนุกดี แต่ที่แปลกใจคือ Season 1 มีเพียง 3 episodes เท่านั้น! Omg คอซีรี่ย์อย่างเราได้แต่พึมพัมในใจว่า ทำไมมันน้อยจัง? หรือมันจะไม่ค่อยสนุก? แต่ด้วยความที่ชอบลองดู series ใหม่ ๆ ของ Netflix Original เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เราเปิดใจกับเรื่องนี้ง่ายมากขึ้น เพราะดาราในเรื่องก็ดัง ๆ ทั้งนั้น



ประสบการณ์จากที่ดูจบ 1 ep (ความยาว 1ชม. นิด ๆ) ก็พบว่า สนุกดีแฮะ! ทั้งภาพ เสียง การตัดต่อ ความคมชัด คุณภาพระดับ Hollywood เลยทีเดียว และด้วยความที่ภาพเป็น 4K Dolby Vision พอดูบน iPhone ก็ให้สีดำที่ดำปิ๊ด และคมชัดมาก ๆ คิดว่าถ้าดูผ่าน Apple TV 4K น่าจะดีมาก ๆ เลย ชื่นชมในความลงทุนของ Apple แต่ก็อย่างว่า ถ้าทำไม่สนุก แล้วใครจะดู

แต่ยังมีข้อด้อย (ที่คนอื่นอาจคิดว่าไม่ด้อยก็ได้ 555) ที่ส่วนตัวคิดว่ายังสู้ Netflix ไม่ได้ ก็คือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นเวลาเรากำลังดูอยู่บน iPhone แล้วอยากสลับหน้าจอไปตอบอีเมล์ ตอบข้อความ หรือทำอย่างอื่นสัก 2-3 นาที พอกลับเข้ามา เอ้า! ต้องเลือก episode ใหม่อีก และต้องรอโหลดให้ภาพกลับมาชัดอีก จังหวะนี้มันไม่ได้นานมาก แต่ถ้าเทียบกับ Netflix คือสลับปุ๊ป ดูต่อได้ทันทีเลย ทำให้การดูมันลื่นมาก ๆ มันเลยรำคาญนิดนึงที่ต้องคอยมากดให้มัน resume อยู่นั่น แต่บางจังหวะก็ไม่เป็นไรนะคะ บางครั้งก็กลับมาดูต่อได้เลย

ถ้าใครมี Apple TV อยากให้ลองดูกันนะคะ ส่วนใครที่เป็นสาวก Netflix อยู่ ก็ใช้ Chromecast เพื่อแคสขึ้นทีวีได้เหมือนกันค่ะ สะดวกสบายมาก ๆ

สั่งซื้อ Chromecast ได้ที่ www.groov.store ส่งฟรีทั่วประเทศค่ะ 😁


Read more

เปรียบเทียบระหว่าง Apple TV+ กับ Netflix



หลังจากที่ Apple TV+ เพิ่งเปิดตัวไปและได้ให้สิทธิ์คนที่ซื้ออุปกรณ์ใหม่ดูฟรีได้ 1 ปี ทำให้รู้สึกอยากรู้ว่า content ของ Apple จะสู้กับ Netflix ได้ไหมนะ?

*สำหรับคนที่เพิ่งซื้อ iPhone รุ่นใหม่ สามารถเลือกดูฟรี 1 ปีได้จาก Apple TV app ได้เลยค่ะ 

พอเข้าไปในแอพฯ ดูโล่ง ๆ ยังไม่มีหนังหรือซีรี่ย์อะไรมากนักค่ะ จะมีราว ๆ 6 เรื่อง (จากที่นับคร่าว ๆ แต่คิดว่าคงมีเพิ่มอีกแน่นอน) แต่ละเรื่องใช้ดาราดังมาเล่น คาดว่าน่าจะเป็นการดึงดูดให้คนมาใช้บริการกันเยอะ ๆ จุดนี้อาจจะยังสู้ Netflix ไม่ได้ เพราะ Apple เป็นน้องใหม่ในวงการ ต้องให้โอกาสเรื่องสร้าง content กันอีกยาว ๆ


หลังจากที่ไล่ ๆ ดูว่ามีอะไรน่าสนใจ จนมาลงเอยที่เรื่อง The Morning Show ที่เลือกเรื่องนี้เพราะชอบ Jennifer Aniston อยู่แล้ว และดูจาก trailers ก็น่าจะสนุกดี แต่ที่แปลกใจคือ Season 1 มีเพียง 3 episodes เท่านั้น! Omg คอซีรี่ย์อย่างเราได้แต่พึมพัมในใจว่า ทำไมมันน้อยจัง? หรือมันจะไม่ค่อยสนุก? แต่ด้วยความที่ชอบลองดู series ใหม่ ๆ ของ Netflix Original เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เราเปิดใจกับเรื่องนี้ง่ายมากขึ้น เพราะดาราในเรื่องก็ดัง ๆ ทั้งนั้น



ประสบการณ์จากที่ดูจบ 1 ep (ความยาว 1ชม. นิด ๆ) ก็พบว่า สนุกดีแฮะ! ทั้งภาพ เสียง การตัดต่อ ความคมชัด คุณภาพระดับ Hollywood เลยทีเดียว และด้วยความที่ภาพเป็น 4K Dolby Vision พอดูบน iPhone ก็ให้สีดำที่ดำปิ๊ด และคมชัดมาก ๆ คิดว่าถ้าดูผ่าน Apple TV 4K น่าจะดีมาก ๆ เลย ชื่นชมในความลงทุนของ Apple แต่ก็อย่างว่า ถ้าทำไม่สนุก แล้วใครจะดู

แต่ยังมีข้อด้อย (ที่คนอื่นอาจคิดว่าไม่ด้อยก็ได้ 555) ที่ส่วนตัวคิดว่ายังสู้ Netflix ไม่ได้ ก็คือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นเวลาเรากำลังดูอยู่บน iPhone แล้วอยากสลับหน้าจอไปตอบอีเมล์ ตอบข้อความ หรือทำอย่างอื่นสัก 2-3 นาที พอกลับเข้ามา เอ้า! ต้องเลือก episode ใหม่อีก และต้องรอโหลดให้ภาพกลับมาชัดอีก จังหวะนี้มันไม่ได้นานมาก แต่ถ้าเทียบกับ Netflix คือสลับปุ๊ป ดูต่อได้ทันทีเลย ทำให้การดูมันลื่นมาก ๆ มันเลยรำคาญนิดนึงที่ต้องคอยมากดให้มัน resume อยู่นั่น แต่บางจังหวะก็ไม่เป็นไรนะคะ บางครั้งก็กลับมาดูต่อได้เลย

ถ้าใครมี Apple TV อยากให้ลองดูกันนะคะ ส่วนใครที่เป็นสาวก Netflix อยู่ ก็ใช้ Chromecast เพื่อแคสขึ้นทีวีได้เหมือนกันค่ะ สะดวกสบายมาก ๆ

สั่งซื้อ Chromecast ได้ที่ www.groov.store ส่งฟรีทั่วประเทศค่ะ 😁


Read more

Mini Review : การใช้งาน Chromecast 3rd Gen

Posted by Natthakorn Yokyong

ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นที่ 2 ทางกูเกิ้ลได้เปิดตัว Chromecast 3rd Gen (2018) เเละผมก็มีโอกาสนำมาลองทดสอบดู มาเริ่มจากแกะกล่องดูอุปกรณ์ข้างในกันเลยครับ ก็จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้

- Chromecast 3rd Gen


- Adapter


- Micro USB


- User Guide

DESIGN

มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกใหม่ให้มีความโค้งมนมากขึ้น และมีผิวสัมผัสด้าน ให้สัมผัสที่ดีมาก ดูพรีเมี่ยมมาก ๆ ครับ และมีการสลักโลโก้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ  ‘’G’’ บริเวณตรงกลาง ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google ด้านข้างมีปุ่ม 1 อันไว้กดรีเซ็ทอุปกรณ์ 
และมีไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน 

สิ่งที่ปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้า

- Gen 3 ชิปประมวลผลทำงานไวขึ้น 15%


- Gen 3 รองรับความระเอียด 1080P 60fps  / Gen 2 1080P 30fps

 

SET UP / การตั้งค่าใช้งานครั้งเเรก

การตั้งค่าสำหรับการใช้งานครั้งเเรกก็ง่ายมาก ๆ ครับ เพียงเสียบตัว Chromecast 3 เข้ากับพอร์ท HDMI ด้านหลังทีวี และเสียบสาย USB เพื่อต่อไฟเลี้ยง รอจนกว่าจะขึ้นหน้าจอ Set Up

 

 

จากนั้นเข้าแอป Google Home จากสมาร์ทโฟน ดาวโหลดได้จาก Play Store หรือ App Store และทำตามขั้นตอนที่แอปแนะนำไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ
 เท่านี้เจ้า Chromecast 3 ก็พร้อมใช้งานแล้วครับ หน้าตาตอนแสตนด์บาย พร้อมใช้งานก็จะมีรูปสวย ๆ จากทั่วทุกมุมโลกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ให้เราได้ดูแบบนี้ครับ

 

PERFORMANCE

ทางกูเกิ้ลเคลมไว้ว่า Gen 3 ทำงานไวขึ้น 15% ส่วนตัวผมยังไม่เคยใช้ Gen 2 แต่ได้ลองตัวนี้ครั้งเเรก ต้อง
บอกเลยว่ามันทำงานไวมาก ตอบสนองไวมากครับ สั่งได้ดั่งใจ ไม่ทำให้อารมณ์เสียเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไวในการเเคส กดปุ๊ปมาปั๊บเลยครับ ภาพคมชัด สีสันสดใส ไหลลื่นไม่มีกระตุกเลย รองรับการเเคสคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Netflix, Spotify, Facebook Video, AIS Play, True ID, VIU แชร์รูปถ่ายขึ้นหน้าจอทีวีผ่าน Google Photos

 

การทำ Screen Mirroring (Android) ก็ทำได้เช่นกันครับ เรียกได้ว่าการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android นั้นทำได้ 100% เลยทีเดียว ส่วนการใช้งานกับสมาร์ทโฟนฝั่ง iOS นั้นอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือไม่สามารถทำ Screen Mirroring ได้โดยตรง (ต้องโหลดแอปเพิ่มเติม และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมครับ)  ส่วนการแคสคอนเทนท์ต่าง ๆ จาก PC ทำได้โดยผ่าน Chrome Browser ครับ

ตัวอย่างหน้าตาตอนสั่งเล่น Spotify จากสมาร์ทโฟนครับ

ข้อดี

- เปลี่ยนทีวีธรรมดาให้สมาร์ทยิ่งขึ้น


- ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบามาก


- การติดตั้งและ Set Up ครั้งแรกค่อนข้างง่าย และไม่ซับซ้อน


- การแคสคอนเทนท์ต่างๆทำได้รวดเร็ว

- สามารถใช้ไวไฟที่ปล่อยจากสมาร์ทโฟนอีกเครื่องได้

- สามารถต่อไฟเลี้ยงจากช่อง USB ของทีวีได้


- รองรับการทำงานร่วมกับ Google Home Mini, Google Home

, Google Home Hub

 

 

ข้อด้อย

- ไม่รองรับการทำ Screen Miroring กับระบบ iOS (ต้องโหลดแอปเพิ่ม และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม)

- ตัวอุปกรณ์ค่อนข้างร้อน ควรเว้นช่องว่างด้านหลังทีวี เพื่อให้มีการระบายอากาศได้ดีครับ 

สรุป

Chromecast เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนทีวีธรรมดา ให้เป็นสมาร์ททีวี ชอบดู Youtube, Netflix และฟังเพลงผ่าน Spotify เนื่องจากการใช้งานค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ส่วนคนที่มีสมาร์ททีวีอยู่แล้ว ซึ่งในบางรุ่นจะมีแอป Youtube, Netflix, Spotify มาให้ในตัว ก็ต้องถามตัวเอง ว่าคุณต้องการประสบการณ์การใช้งานแบบไหนครับ

การใช้งานร่วมกับ Google Home Mini, Google Home เป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดแล้วครับ คุณสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้เลย เช่น สั่งเปิด-ปิดทีวี, สั่งเปิดเพลงผ่าน Spotify, สั่งให้เล่นหนังจาก Netflix หรือ Youtube ทั้งหมดนี้จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมาก ๆ เเละทำให้การใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่น่าเบื่อเหมือนยุคก่อน ๆ เลยครับ

 

 

สำหรับใครที่สนใจ Chromecast 3rd Gen ก็สามารถสั่งกับเราได้เลยครับ เรามีสินค้าพร้อมส่ง 

สั่งซื้อได้ที่นี่ / Buy Now : https://groov.store/products/google-chromecast-3

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Chromecast 3rd Gen

Q : สินค้าเป็นของเเท้หรือไม่


A : เป็นสินค้าของเเท้ 100% นำเข้าจาก US โดยร้านเรานำเข้ามาจำหน่าย และมีใบอนุญาต.  

จาก กสทช อย่างถูกต้องครับ

 

Q : สามารถใช้งานกับ iPhone ได้หรือไม่


A : สามารถใช้ได้ครับ แต่จะไม่รองรับการทำ Screen Mirroring โดยตรงแบบระบบ Android

 

Q : สามารถต่อไวไฟจากมือถือได้หรือไม่


A : สามารถต่อได้ครับ โดยการใช้สมาร์ทโฟน 2 เครื่อง เครื่องนึงปล่อยไวไฟ และนำอีกเครื่องนึงมาต่อไวไฟจากเครื่องแรก และทำการตั้งค่าการใช้งานผ่านแอป Google Home 


 

Q : มีเมนูภาษาไทยหรือไม่


A : Chromecast จะแสดงข้อมูลเป็นภาษาตามสมาร์ทโฟนที่เราใช้ตั้งค่าครับ 

 

Q : Chromecast 3rd Gen ใช้งานกับ Projector ได้หรือไม่

A : สามารถใช้ได้  เพียงแค่มีพอร์ท  HDMI ครับ

 

Q : Chromecast 3rd Gen กับ  Chromecast Ultra 4K ต่างกันอย่างไร

A : CC3 รองรับความละเอียดที่ 1080P / CC Ultra รองรับความเอียดที่ 4K ครับ 

Read more

ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นที่ 2 ทางกูเกิ้ลได้เปิดตัว Chromecast 3rd Gen (2018) เเละผมก็มีโอกาสนำมาลองทดสอบดู มาเริ่มจากแกะกล่องดูอุปกรณ์ข้างในกันเลยครับ ก็จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนี้

- Chromecast 3rd Gen


- Adapter


- Micro USB


- User Guide

DESIGN

มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกใหม่ให้มีความโค้งมนมากขึ้น และมีผิวสัมผัสด้าน ให้สัมผัสที่ดีมาก ดูพรีเมี่ยมมาก ๆ ครับ และมีการสลักโลโก้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ  ‘’G’’ บริเวณตรงกลาง ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google ด้านข้างมีปุ่ม 1 อันไว้กดรีเซ็ทอุปกรณ์ 
และมีไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน 

สิ่งที่ปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้า

- Gen 3 ชิปประมวลผลทำงานไวขึ้น 15%


- Gen 3 รองรับความระเอียด 1080P 60fps  / Gen 2 1080P 30fps

 

SET UP / การตั้งค่าใช้งานครั้งเเรก

การตั้งค่าสำหรับการใช้งานครั้งเเรกก็ง่ายมาก ๆ ครับ เพียงเสียบตัว Chromecast 3 เข้ากับพอร์ท HDMI ด้านหลังทีวี และเสียบสาย USB เพื่อต่อไฟเลี้ยง รอจนกว่าจะขึ้นหน้าจอ Set Up

 

 

จากนั้นเข้าแอป Google Home จากสมาร์ทโฟน ดาวโหลดได้จาก Play Store หรือ App Store และทำตามขั้นตอนที่แอปแนะนำไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ
 เท่านี้เจ้า Chromecast 3 ก็พร้อมใช้งานแล้วครับ หน้าตาตอนแสตนด์บาย พร้อมใช้งานก็จะมีรูปสวย ๆ จากทั่วทุกมุมโลกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ให้เราได้ดูแบบนี้ครับ

 

PERFORMANCE

ทางกูเกิ้ลเคลมไว้ว่า Gen 3 ทำงานไวขึ้น 15% ส่วนตัวผมยังไม่เคยใช้ Gen 2 แต่ได้ลองตัวนี้ครั้งเเรก ต้อง
บอกเลยว่ามันทำงานไวมาก ตอบสนองไวมากครับ สั่งได้ดั่งใจ ไม่ทำให้อารมณ์เสียเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไวในการเเคส กดปุ๊ปมาปั๊บเลยครับ ภาพคมชัด สีสันสดใส ไหลลื่นไม่มีกระตุกเลย รองรับการเเคสคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Netflix, Spotify, Facebook Video, AIS Play, True ID, VIU แชร์รูปถ่ายขึ้นหน้าจอทีวีผ่าน Google Photos

 

การทำ Screen Mirroring (Android) ก็ทำได้เช่นกันครับ เรียกได้ว่าการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android นั้นทำได้ 100% เลยทีเดียว ส่วนการใช้งานกับสมาร์ทโฟนฝั่ง iOS นั้นอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือไม่สามารถทำ Screen Mirroring ได้โดยตรง (ต้องโหลดแอปเพิ่มเติม และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมครับ)  ส่วนการแคสคอนเทนท์ต่าง ๆ จาก PC ทำได้โดยผ่าน Chrome Browser ครับ

ตัวอย่างหน้าตาตอนสั่งเล่น Spotify จากสมาร์ทโฟนครับ

ข้อดี

- เปลี่ยนทีวีธรรมดาให้สมาร์ทยิ่งขึ้น


- ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบามาก


- การติดตั้งและ Set Up ครั้งแรกค่อนข้างง่าย และไม่ซับซ้อน


- การแคสคอนเทนท์ต่างๆทำได้รวดเร็ว

- สามารถใช้ไวไฟที่ปล่อยจากสมาร์ทโฟนอีกเครื่องได้

- สามารถต่อไฟเลี้ยงจากช่อง USB ของทีวีได้


- รองรับการทำงานร่วมกับ Google Home Mini, Google Home

, Google Home Hub

 

 

ข้อด้อย

- ไม่รองรับการทำ Screen Miroring กับระบบ iOS (ต้องโหลดแอปเพิ่ม และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม)

- ตัวอุปกรณ์ค่อนข้างร้อน ควรเว้นช่องว่างด้านหลังทีวี เพื่อให้มีการระบายอากาศได้ดีครับ 

สรุป

Chromecast เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนทีวีธรรมดา ให้เป็นสมาร์ททีวี ชอบดู Youtube, Netflix และฟังเพลงผ่าน Spotify เนื่องจากการใช้งานค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ส่วนคนที่มีสมาร์ททีวีอยู่แล้ว ซึ่งในบางรุ่นจะมีแอป Youtube, Netflix, Spotify มาให้ในตัว ก็ต้องถามตัวเอง ว่าคุณต้องการประสบการณ์การใช้งานแบบไหนครับ

การใช้งานร่วมกับ Google Home Mini, Google Home เป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดแล้วครับ คุณสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้เลย เช่น สั่งเปิด-ปิดทีวี, สั่งเปิดเพลงผ่าน Spotify, สั่งให้เล่นหนังจาก Netflix หรือ Youtube ทั้งหมดนี้จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมาก ๆ เเละทำให้การใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่น่าเบื่อเหมือนยุคก่อน ๆ เลยครับ

 

 

สำหรับใครที่สนใจ Chromecast 3rd Gen ก็สามารถสั่งกับเราได้เลยครับ เรามีสินค้าพร้อมส่ง 

สั่งซื้อได้ที่นี่ / Buy Now : https://groov.store/products/google-chromecast-3

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Chromecast 3rd Gen

Q : สินค้าเป็นของเเท้หรือไม่


A : เป็นสินค้าของเเท้ 100% นำเข้าจาก US โดยร้านเรานำเข้ามาจำหน่าย และมีใบอนุญาต.  

จาก กสทช อย่างถูกต้องครับ

 

Q : สามารถใช้งานกับ iPhone ได้หรือไม่


A : สามารถใช้ได้ครับ แต่จะไม่รองรับการทำ Screen Mirroring โดยตรงแบบระบบ Android

 

Q : สามารถต่อไวไฟจากมือถือได้หรือไม่


A : สามารถต่อได้ครับ โดยการใช้สมาร์ทโฟน 2 เครื่อง เครื่องนึงปล่อยไวไฟ และนำอีกเครื่องนึงมาต่อไวไฟจากเครื่องแรก และทำการตั้งค่าการใช้งานผ่านแอป Google Home 


 

Q : มีเมนูภาษาไทยหรือไม่


A : Chromecast จะแสดงข้อมูลเป็นภาษาตามสมาร์ทโฟนที่เราใช้ตั้งค่าครับ 

 

Q : Chromecast 3rd Gen ใช้งานกับ Projector ได้หรือไม่

A : สามารถใช้ได้  เพียงแค่มีพอร์ท  HDMI ครับ

 

Q : Chromecast 3rd Gen กับ  Chromecast Ultra 4K ต่างกันอย่างไร

A : CC3 รองรับความละเอียดที่ 1080P / CC Ultra รองรับความเอียดที่ 4K ครับ 

Read more